High tea&Tea Party

posted on 13 Mar 2008 18:36 by lacewing

 

 
 
 
ต้นกำเนิดวัฒนธรรมการดื่มชา
 

 
 แอนนาที่7 ดัชเชสแห่งBedford คือผู้ริเริ่มการดื่มชา เมื่อวันหนึ่งเธอได้สั่งบัทเลอร์ให้นำน้ำชา
เนยและขนมปังมาเสริฟให้เธอที่ห้อง ตอน5โมงเพราะรู้สึกหิวก่อนถึงเวลาอาหารเย็น
หลังจากนั้นไม่นาน เธอก็เริ่มชวนเพื่อนๆมาร่วมสังสรรค์กันที่ห้องนั่งเล่น
 
 
ในที่สุดชาก็กลายเป็นเครื่องดื่มที่เข้าถึงทุกชนชั้น โดยชนชั้นกลางได้เลียนแบบ
วัฒนธรรมการดื่มชาจากคนชั้นสูงและพบว่า เป็นทางที่ประหยัดและ
สามารถให้ความเพลิดเพลินกับมิตรสหายโดยไม่ต้องใช้เงินมากมาย
Afternoon tea (เวลาน้ำชายามบ่าย)ก็ได้กลายเป็นวัฒนธรรมแบบอย่างที่แพร่หลายทั่วไป
 
 
 
 High Tea(Meat Tea)
 
 
เป็นชื่อเรียกมื้ออาหารในช่วงเย็นประมาณ5-6โมงเย็น มักทานกันเป็นมื้อเย็นหรือสำหรับเวลาน้ำชา
จุดเริ่มต้นของHigh Tea มาจาก การรับประทานที่โต๊ะ
โดยในศัพท์ภาอังกฤษ 'high' คือโต๊ะหลักแทนที่จะเป็นโต๊ะเล็กๆแบบเลาจ์
 
 
อาหารซึ่งมักจะรับประทานใน High tea ได้แก่ เนื้อเย็น,ไข่,ปลา,เค้ก,แซนวิช
สำหรับในครอบครัวจะทำไม่เป็นทางการนัก มักจะทำของว่างง่ายๆ
เช่นแซนวิช,บิสกิต,ขนมอบ,ผลไม้
 
ในหลายปีมานี้ High tea ก็ได้กลายเป็คำที่ใช้สำหรับงานเลี้ยงน้ำชาซึ่งมีความประณีตงดงาม และหรูหรา  
 
 Tea Party
 
 
งานเลี้ยงน้ำชามักจะเป็นงานที่ค่อนข้างเป็นทางการ และเป็นการรวมตัวของเหล่าสุภาพสตรี
แต่สุภาพบุรุษก็ได้รับการเชื้อเชิญได้ด้วยเช่นกัน
 
 
Afternoon tea Party ได้ปรากฏอยู่ในยุค Victorian และ Edwardian
ทั้งในประเทศอังกฤษและยุคGilded(ค.ศ.1870-1898)
 
ส่วนในอเมริกาจะมีปรากฏอยู่ในงาน Debutante
(งานของชนชั้นสูง ซึ่งจัดเพื่อแนะนำหญิงสาวซึ่งเป็นลูกหลานของตนได้เข้าสู่วงสังคมเป็นครั้งแรก)
 
Formal Debutante
 
 
 
สิ่งของที่ใช้มักจะเป็นเครื่องใช้ที่มีชื่เสียงและเป็นที่นิยมเช่น
Bone China (เครื่องเคลือบอย่างดี) หรือเครื่องเงินต่างๆ

 
 
โต๊ะ ไม่ว่าจะมีขนาดหรือราคาเท่าไหร่จะถูกสร้างให้ดูงดงามที่สุด
ทุกอย่างต้องเข้าชุดกันทั้งผ้าเช็ดปาก ถ้วยและจาน สิ่งที่เพิ่มเติมเข้ามาในงานน้ำชาใหญ่ๆ เช่น
 
น้ำพันช์,น้ำเยน,ช็อกโกแลตร้อน และอาหารบางชนิดที่เข้ากันได้ดีกับน้ำชา เช่น
แซนวิช,เค้ก,ขนมปังก้อน,โรลเค้ก และคุ้กกี้
 

 
ในรูปแบบเก่าแก่ คนรับใช้จะอยู่ข้างนอกห้องจนกว่าจะถูกเรียก ซึ่งปี 1922 เอมิลี เพส ได้เขียนไว้ว่า
 
"คนรับใช้จะต้องไม่เข้ามาในห้องนอกเสียจากว่าจะถูกเรียกให้มาเติมน้ำ หรือมาเก็บจานที่ใช้แล้ว"
 
กฏนี้เป็นกฏที่เข้มงวดมากในเวลานั้น เพื่อไม่ให้คนรับใช้เข้ามาในระหว่างที่เจ้านายกำลังคุยกัน
โดยเฉพาะเรื่องซุบซิบ เช่นเรื่องรักๆใคร่ๆ หรือเรื่องอื้อฉาว
 
 นักเขียนศ.ต.ที่18 Henry  Fielding ได้กล่าวไว้ว่า
 
"ความรักและเรื่องอื้อฉาว คือของหวานที่ดีที่สุดสำหรับน้ำชา"
 
 
 Tea Sandwich
 
 
การเตรียมแซนวิชเพื่อรับประทานในเวลาน้ำชาอาจมีหลากหลายรูปแบบ
แต่ต้องง่ายต่อการถือไว้ในมือ และควรจะพอดีคำในการกัด2ครั้ง
 
รูปแบบต่างๆเช่น แบบที่เป็นรูปสี่เหลี่ยม,3เหลี่ยมหรือขนมปังกรอบเล็กๆ
 หรือแซนวิชที่ตัดเป็นรูปทรงต่างๆด้วยที่ตัดคุ้กกี้
 
 
รูปแบบแท้ดั้งเดิมคือ ขนมปังต้องเป็นสีขาว หั่นขอบขนมปังออก หั่นบางๆทาเนย
ไส้ในแซนวิชต้องเป็นอาหารเบาๆ จัดให้ปราณีตในสัดส่วนที่เหมาะสม
 
 
ไส้ที่นิยมมักประกอบด้วย ครีมชีส หรือมายองเนส ผักมักจะใช้ผักสดอย่าง
หัวผักกาด,แตงกวา,หน่อไม้ฝรั่ง แต่ต้นฉบับของแซนวิชน้ำชาคือ แซนวิชแตงกวา
ส่วนแบบที่นิยมอื่นๆ เช่นไส้แซมมอนรมควัน แยมผลไม้,ไก้อบ และสลัดไข่
 
 
Credit::Wikipedia          Translated::Anafe'

Comment

Comment:

Tweet

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!
บทความดีมีคุณค่า
มอบ 5 ดาวไปขอพรนะครับ

#1 By shura ซัง on 2010-05-20 17:50