japan

Traditional Japanese Clothing

posted on 09 May 2007 13:01 by lacewing

 

เสื้อผ้าประจำชาติญี่ปุ่น


เสื้อผ้าการแต่งกายสมัย เอโดะ(ค.ศ.1601-1867) ทำให้เรานึกถึง กิโมโน,โอบิ,ฮากามะ เป็นเสื้อผ้าแบบญี่ปุ่นซึ่งผสมผสานระหว่าง ความเรียบง่ายและสง่างาม เริ่มตั้งแต่สมัยโชกุน Tokugawa Ieyasu เป็นโชกุน ในสมัยเอโดะ

Tokugawa Ieyasu


ยุดเอโดะเป็นยุคที่มีความมั่นคงและเศรษฐกิจมีความรุ่งเรืองมากที่สุดยุคหนึ่งของญี่ปุ่น
ระบบการปกครองโชกุน โทคุกาว่า อิเอยาสุยาวนานกว่า 250 ปี ช่วงเวลาเหล่านี้ญี่ปุ่นถูกกันให้เป็นปรปักษ์กับวัฒนธรรมต่างชาติ แฟชั่นของญี่ปุ่นได้พัฒนาไปอย่างอิสระ ซึ่งเห็นได้จากเสื้อประจำชาติที่แพร่หลายไปอย่างกว้างขวางจนปลายสงครามโลกครั้งที่2

ชุดประจำชาติของญี่ปุ่นเริ่มจากกิโมโนในสมัยเอโดะ เริ่มจากผ้าแทบทุกชนิด ตั้งแต่ผ้าธรรมดา
ผ้าฝ้ายจนถึวผ้าไหมที่ปักลายงดงาม ก่อนและระหว่างสมัยเอโดะ ผ้าไหมจะถูกจองโดยกฏหมายให้กับชนชั้นสูง(ซามูไร) ในขณะที่ผ้าป่าน ผ้าปอ และผ้าที่ทำจากพืชชนิดอื่นสำหรับชนชั้นธรรมดาเท่านั้น
ในช่วงสตวรรษที่18 การปลูกฝ้านนั้นได้ขยายไปในหลายที่ ทำให้ผ้าที่ทำจากฝ้ายนี้นิยมตามไปด้วย การทอผ้าจะถูกสืบทอดเป็นมรดกจากมารดาสู่ลูกสาว และเป็นธรรมดาที่ทุกบ้านจะมีกระสวยทอผ้ามากกว่า1เครื่อง

ลายบนกิโมโน

ผ้านั้นจะถูกตกแต่งด้วยการถักทอลายด้วยผ้าทอจากใยลินิน,ฝ้าย,และขนสัตว์สลับเป็นลวดลายซึ่งดูได้ทั้ง2ด้าน ทั้งด้ายย้อม การฉลุลายและแต่งเติมประดับประดาอย่างหรูหรา ในบางกรณีเส้นด้ายที่จะนำมาทอผ้า อาจต้องย้อมมากกว่า 40 ครั้ง จึงจะเป็นผลสำเร็จ เพื่อคุณภาพสีที่เข้มข้นตามต้องการ ลักษณะเด่นของลายปักมักเป็นสัญลักษณ์ประจำตระกูล หรือรูปสัตว์ที่เป็นสัญลักษณ์พื้นบ้านขิงญี่ปุ่น หรือธรรมชาติเช่น ต้นไผ่และดอกไม้

ชุดกิโมโนของผู้ใหญ่นั้นจะแบ่งเป็น8ส่วนจากผ้า1ม้วนกว้างประมาณ 36 ซม.และยาวหว่า11เมตร
ตะเข็บตัดตรงและจะมีความกว้างเท่ากันหมด จะไม่ใส่ใจต่อขนาดตัวของผู้สวมใส่เพราะจะใช้ผ้าหมดไม่มีเหลือ
ส่วนที่ยาวเกินจะถูกพับอยุ่ใต้โอบิ(ผ้าคาดเอว) ซึ่งขึ้นอยู่กับเพศของผู้ใช้
กิโมโนมีรูปแบบค่อนข้างธรรมดาและเย็บเสร็จภายในวันเดียว โดยระหว่างตัดจะไม่ใช้สิ่งใดในการกลัดเพื่อการคงรูปของชุดเลย
ชุดกิโมโนด้านซ้ายจะถูกพับไปด้านขวา และใช้โอบิผูกรอบเอว

รูปแบบของกิโมโนนั้นจะขึ้นอยู่กับ อายุ,สถานภาพทางสังคมและเพศ เช่น ผู้หญิงที่แต่งงานแล้วจะใส่กิโมโนสีเข้ม แขนเสื้อจะสั้นกว่าผู้หญิงที่ยังไม่แต่งงาน

เด็กจะสวมใส่เสื้อผ้าที่มีสีสันสดใสกว่าผู้ใหญ่ เครื่องแต่งกายจะมีการปฏิบัติอย่างเข้มงวดทั้งด้านสังคมและกฏหมาย
กฏหมายค่อนข้างเพ่งเล็งรายจ่ายของผู้หญิงเรื่องของกิโมโน เพราะมีการใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือยในการซื้อเสื้อผ้าสวมทับด้านใน (nagajuban)มากกว่ากิโมโนชั้นนอกซะอีก

Nagajuban

ใต้ชุดกิโมโน จะมีชุดกิโมโนสีอ่อนเรียกว่า Nagajuban ซึ่งเป็นสีที่เข้ากับกิโมโนตัวนอก จะสวมทับกันเป็นชั้นๆ
Haneri คือปกเสื้อใต้ชุดกิโมโน Yukatabira คือเสื้อคลุมยาวสีอ่อนหลวมๆ เป็นเสื้อที่ใช้ใส่ลำลองทั้งหญิงชาย

Haneri

Yukatabira

คนทุกชนชั้นจะสวมเสื้อคลุมและหมวกที่ทำจากฟางใช้ในฤดูฝน ข้าราชการจะสวมเสื้อผ้ที่คล้ายกิโมโนเรีกว่า Happi เป็นเสื้อคลุมสั้น มีโครงสร้างเรียบง่าย โอบิพันด้วยเชือก ในช่วงที่อากาศหนาว จะสวมชุด Hanten(เสื้อนวม) ทับกิโมโน หรือ Happi สำหรับผู้ชาย ชั้นในจะเป็นผ้าเตี่ยว หรือผ้าที่พันรอบหว่างขา ใช้เชือกเล็กๆผูกไว้เหมือนผ้าอ้อม

Happi

Hanten

รองเท้า3ประเภทที่แพร่หลายได้แก่ Waraji Zori ทำจากฟางและ Geta(รองเท้าเกี๊ยะ)ทำจากไม้
Waraji Zori ใช้สำหรับทำงาน หรือเดินธรรมดา ส่วน Geta นั้นใช้สำหรับเดินเพื่อเลี่ยงโคลนในเวลาฝนตก

Waraji Zori

Geta

Tabi


Tabi คือถุงเท้าที่มีร่องนิ้วเท้า ทำจากผ้าไหม ผ้าฝ้าย หรือผ้าหนัง ใช้สวมใส่กับรองเท้าทุกแบบ
Zori,Geta,tabi จะไม่ได้ทำเพื่อสวมใส่ในบ้าน แต่มันถอดออกง่าย
ในสมัยของเอโดะนี้ การทำพิธีกรรมต่างๆจะไม่มีการสวมรองเท้า

Obi

โอบิที่ใช้คาดเอวนั้น เป็นสิ่งที่แวดงถึงชนชั้น อายุ และสถานภาพการสมรส การผูกโอบิมีหลากหลายแบบ
เช่นการผูก ให้เป็นโบว์จีบใหญ่ๆ รูปปีกผีเสื้อ หรือคล้ายๆกับปีกแมลง ในยุคต้นของเอโดะ หารผูกโอบิ
จะผูกก้านข้างหรือด้านหน้า ต่อมาในยุคกลางปี 1770 การผูกโอบิด้านหลังก็ถือเป้นการผูกที่เหมาะสมที่สุด

Sensu

Tessen

เครื่องประดับอย่างอื่นเช่นพัดที่ใช้ทั้งหญิงและชาย เรียกว่า Sensu จะใช้ Tessen หรือพัดเหล็กเป็นอาวุธเมื่อเกิดเหตุจำเป็น


Credit : Wikipedia      Translated:Anafe